เพื่อที่จะให้การเลือกตั้งที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2568 ดูสมจริงยิ่งขึ้น เผด็จการทหารพม่าจะต้องออกแบบให้มีพรรคการเมืองที่เป็นฝ่ายค้านเข้าร่วมการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย
ภายใต้กฎหมายการจดทะเบียนพรรคการเมืองที่เผด็จการทหารเป็นผู้ร่างและประกาศใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ.2566 พรรคการเมืองใดก็ตามที่ต้องการลงสนามแข่งขันในการเลือกตั้งระดับประเทศจะต้องมีสมาชิกพรรคขั้นต่ำ 100,000 คนและต้องมีสำนักงานพรรคตั้งอยู่ใน 110 อำเภอ จากจำนวนอำเภอทั้งหมด 330 แห่งทั่วประเทศ เมื่อพรรคการเมืองที่มีแนวทางปกป้องประชาธิปไตยโดนยุบและเผด็จการทหารประกาศว่าพรรคเหล่านี้เป็นองค์กรผิดกฎหมาย อีกทั้งยังประกาศว่าเป็น “กลุ่มก่อการร้าย” ดังนั้น การมีพรรคการเมืองฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่ได้จริงจะเป็นไปได้อย่างไร
การจำกัดเสรีภาพอย่างหนักหน่วงโดยเผด็จการทหารที่ยึดพื้นที่ตามอำเภอต่างๆ และการใช้กำลังทหารพร้อมอาวุธกับประชาชนทั่วทั้งประเทศ ย่อมหมายความว่าการที่พรรคการเมืองจะเปิดรับสมัครสมาชิกจำนวน 100,000 คนและเปิดสำนักงานอีกกว่าร้อยแห่งทั่วประเทศนั้นเป็นไปไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ และจะมีเพียงแค่พรรคการเมืองที่ยอมร่วมมือกับเผด็จการทหารเท่านั้นที่สามารถดำเนินการได้
ดังนั้น เพื่อที่จะสร้างภาพให้ดูเหมือนว่าการเลือกตั้งทั่วประเทศที่จะเกิดขึ้นนั้นมีพรรคการเมืองจำนวนมากสมัครเข้าร่วม ภายใต้กฎหมายจัดตั้งพรรคการเมืองที่ประกาศใช้โดยเผด็จการทหารเมียนมาร์จึงอนุญาตให้พรรคการเมืองท้องถิ่นระดับภูมิภาคเท่านั้นที่จะจดทะเบียนจัดตั้งได้ พรรคการเมืองเหล่านี้สามารถเข้าร่วมชิงชัยได้ในระดับท้องถิ่น แต่ไม่สามารถลงสนามเลือกตั้งระดับประเทศได้ โดยกำหนดให้พรรคการเมืองระดับภูมิภาคจะต้องมีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 1,000 คน และมีสำนักงานอย่างน้อยใน 5 อำเภอ
คาดว่าอาจจะมีพรรคการเมืองระดับภูมิภาคราว 40 พรรคที่ได้รับการจดทะเบียน แต่ส่วนใหญ่ยังไม่มีผู้สมัครและอาคารสำนักงานพรรคฯ ยังเป็นเพียงแค่ที่อยู่ในกระดาษ ซึ่งการจะได้รับจดทะเบียนนั้นต้องให้ความร่วมมือกับเผด็จการทหาร ซึ่งผู้นำเผด็จการดูจะมั่นใจว่าพรรคการเมืองหุ่นเชิดเหล่านี้จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้การเลือกตั้งดูน่าเชื่อถือ
