by IUF Asia/Pacific | Nov 13, 2025 | ภาษาไทย Thai, Food Service Workers, Human Rights, Secure Jobs, Workplace safety
บทความโดยดร.มูฮัมมัด ฮิดายัท กรีนฟิลด์ เลขาธิการประจำภูมิภาค
สาธารณชนที่สติดีทั้งหลายในฮ่องกงต่างพากันตกใจ โกรธเกรี้ยว และ ผิดหวัง ต่อแมคโดนัลด์ในฮ่องกงที่เกิดเหตุกลั่นแกล้ง ล่วงละเมิดทางเพศ และทำร้ายร่างกายคนทำงานผู้พิการ แต่ช่างเป็นเรื่องตลกร้าย ที่คนกลุ่มเดียวกันนี้เองคือ กลุ่มคนที่แมคโดนัลด์ในฮ่องกงพยายามสร้างความประทับใจผ่านนโยบายการจ้างงานผู้พิการ นโยบายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ของบริษัท และ เพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์
บริษัทเลือกรักษาภาพลักษณ์บริษัท แทนที่จะรายงาน และจัดการกับปัญหาการกลั่นแกล้ง ล่วงละเมิดทางเพศ และทำร้ายร่างกายคนทำงานผู้พิการ เราต้องไม่ลืมว่า การปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมต่อคนทำงานนั้น ส่งผลต่อสุขภาวะของคนทำงานผู้พิการทั้งใจ กาย และอารมณ์ การปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสมนี้ทำให้ความมั่นใจและความเชื่อมั่นในตนเองของผู้พิการที่มาจากการจ้างงานที่ได้รับค่าจ้าง ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาคเอกชนควรจะส่งเสริม ต้องมลายลงไป จนยากจะฟื้นฟูได้ (ผมเชื่อว่า ไม่ว่าใครเมื่อเจอเหตุการณ์เช่นนี้ล้วนสูญเสียความเป็นคนลงทั้งนั้น)
มองจากมุมนี้ แมคโดนัลด์ในฮ่องกงล้มเหลวหลายระดับ ประการแรก ล้มเหลวในการแก้ปัญหา โดยใช้วิธีเลิกจ้างผู้จัดการที่ไม่ได้รับการฝึกอบรม ไม่มีประสบการณ์ และค่าจ้างต่ำกว่าที่ควรจะเป็นออกไปหลายคน เป็นการตำหนิปัจเจกบุคคลแทน นอกจากนี้ ความล้มเหลวซ้ำสองคือ แมคโดนัลด์ยังล้มเหลวในการดำเนินโครงการจ้างงานผู้พิการ ซึ่งเป็นประชาชนฮ่องกงที่รัฐบาลเป็นผู้ร่วมสนับสนุนเงินทุน
การที่บริษัทจ้างงานผู้พิการนั้น ถือเป็นการให้โอกาสที่ดีที่ให้ได้ทำงาน มีรายได้ และมีอิสระทางการเงิน สิ่งเหล่านี้ยังช่วยให้ผู้พิการได้พัฒนาทักษะ สร้างความมั่นใจ และความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง รวมทั้งการได้ทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่นักวิชาการและนักสังคมสงเคราะห์ต่างยืนยันว่าา เป็นผลดีต่อผู้พิการอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม บริษัทที่จ้างผู้พิการมาทำงาน ไม่สามารถหมกมุ่นอยู่แต่กับการสร้างภาพลักษณ์ของบริษัท การจ้างงานผู้พิการไม่ใช่แค่โครงการสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ที่ได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ บริษัทยังมีหน้าที่รับผิดชอบต่อการเพิ่มพูนทักษะ การสร้างความมั่นใจ ความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง และการทำงานเป็นทีมให้กับผู้พิการ
บริษัทไม่สามารถโพนทะนาว่าตัวเองจ้างงานผู้พิการได้ หากไม่มุ่งมั่นสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นงานที่มั่นคงและปลอดภัย ปราศจากการเลือกปฏิบัติ และการคุกคาม
ในขณะเดียวกัน ผู้จัดการ หัวหน้างาน และเพื่อนร่วมงาน ก็ต้องผ่านการอบรมอย่างเหมาะสม การอบรมที่ไม่ใช่แค่นโยบาย โปสเตอร์ หรือ การบรีฟงานสั้นๆแค่ห้านาที แต่เป็นการอบรมจริง เช่น ผู้จัดการและหัวหน้างานต้องผ่านการอบรมทักษะการสื่อสาร การมอบหมายงาน และการประเมินงาน หากทำงานร่วมกับคนทำงานที่มีภาวะดาวน์ซินโดรม สิ่งนี้ไม่เพียงแต่จะเอื้อประโยชน์แก่คนทำงานที่มีภาวะดาวน์ซินโดรม แต่ยังรวมถึงคนทำงานอื่นๆ ด้วย
การมอบหมายหน้าที่และงานให้กับผู้พิการ สัมพันธ์โดยตรงกับการบรรลุเป้าหมายในเรื่องนี้ การมอบหมายให้คนทำงานที่มีภาวะดาวน์ซินโดรมทำความสะอาดสุขา หรือ ถูพื้นในกะดึก เพื่อให้พวกเขา “อยู่นอกสายตา” หรือ ลดปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า ถือเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับเป้าหมาย พวกเขาจะมีความมั่นใจ ความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง และมีทักษะเพิ่มขึ้นได้อย่างไร ถ้าถูกสั่งให้ทำงานที่ไม่ได้ใช้ทักษะเฉพาะและ “อยู่นอกสายตา” เช่นนี้ ?
สิ่งเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าบริษัทหลายแห่ง รวมทั้งแมคโดนัลด์ในฮ่องกง มีนโยบายการจ้างงานที่โอบรับความหลากหลาย แต่ไม่มีระบบส่งเสริมสถานประกอบการให้มีความหลากหลาย เกิดการมีส่วนร่วม และ เคารพคนทำงานอย่างจริงจัง บางทีการสร้างภาพลักษณ์และคุณค่าของแบรนด์คงจะอยู่ที่ขั้นตอนการว่าจ้าง ไม่ใช่การทำงานจริงกระมัง? แน่นอนว่า ความล้มเหลวในการฝึกอบรมฝ่ายผู้จัดการและหัวหน้างานอย่างเหมาะสม รวมทั้งการสร้างสิ่งแวดล้อมการทำงานให้ปลอดภัย มั่นคงแก่คนทำงานผู้พิการ ถือเป็น ความล้มเหลวเชิงสถาบันอย่างแท้จริง
ทักษะการสื่อสารและการมอบหมายงานของผู้จัดการและหัวหน้างาน ถือเป็นส่วนหนึ่งของพันธะสัญญาทางสังคมและการลงทุนทางสังคมของบริษัท สิ่งนี้จะช่วยให้เกิดการโอบรับความหลากหลายที่แท้จริง ไม่ใช่แค่หุ่นเชิดเพื่อประชาสัมพันธ์สังคม(PR) ปลอมๆ ของบริษัท เพราะมันไม่ใช่แค่การโฆษณา หรือการสร้างคุณค่าแบรนด์ ที่มือถือสากปากถือศีลเท่านั้น แต่คือภัยของสังคม
ดูเพิ่มเติม HK Feature on Instagram

ภาพจาก HK Feature Magazine ฉบับที่ 19 [กรกฎาคม, 2568]
by IUF Asia/Pacific | May 9, 2025 | ภาษาไทย Thai, Food Service Workers, Our Union Our Power
6 พฤษภาคม 2568 สมาชิกสหภาพไรเดอร์ส่งอาหารแห่งชาติฟิลิปปินส์ เขตเมืองดูมาเกอเต ซึ่งเป็นสมาชิกไอยูเอฟ ชนะกรณีพิพาทแรงงานกับบริษัทฟู้ดแพนด้า พิสูจน์ให้เห็นว่าสถานะลูกจ้าง-นายจ้าง ระหว่างไรเดอร์และฟู้ดแพนด้ามีอยู่จริง ทำให้สามารถทวงคืนค่ารอบที่ถูกหักลดลงได้ รวมทั้งเรียกร้องสวัสดิการต่างๆ ที่ลูกจ้างควรได้สำเร็จ และ ช่วยให้ไรเดอร์คนที่ถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรมด้วยการปิดแอพกลับมาทำงานได้อีกครั้ง
ความสำเร็จนี้ใช้เวลาเกือบหนึ่งปี หลังจากที่สหภาพไรเดอร์ส่งอาหารแห่งชาติฟิลิปปินส์ เขตเมืองดูมาเกอเตพยายามเคลื่อนไหวประเด็นเรื่องการขโมยค่าจ้างอย่างไม่หยุดหย่อน ในปี 2566 และยื่นคำร้องข้อพิพาทแรงงานอย่างเป็นทางการให้กับในปี 2567
การต่อสู้ที่ยาวนานนี้สิ้นสุดลง ความพยายามออกดอกผล เมื่อเจ้าหน้าที่ประนอมแรงงานตัดสินว่า
- ไรเดอร์และบริษัทฟู้ดแพนด้ามีลักษณะการจ้างงานแบบลูกจ้าง-นายจ้าง จริง
- ไรเดอร์ที่ถูกเลิกจ้างอย่างผิดกฎหมาย ด้วยการระงับการใช้แอพ กลับเข้าทำงานทั้งหมด
- ลูกจ้างจะได้รับสวัสดิการได้แก่ เงินเดือนที่ 13 ลาวันหยุดโดยได้รับค่าจ้าง และสิทธิการลาแบบได้รับค่าจ้าง
- ค่าจ้างค้างชำระจำนวนรวมทั้งหมด 2 ล้านเปโซ
คำตัดสินนี้ถือเป็นหลักไมล์สำคัญให้กับไรเดอร์ส่งอาหารในการต่อสู้เพื่อสิทธิและความเป็นธรรมในการจ้างงาน ด้วยอำนาจการต่อรองร่วมกัน และพลังความสมานฉันท์ของสหภาพไรเดอร์ อะไรที่ดูเป็นไปไม่ได้ ก็เป็นไปได้แล้ว

สมาชิกสหภาพไรเดอร์ส่งอาหารแห่งชาติฟิลิปปินส์ เขตเมืองดูมาเกอเต จัดประชุมหารือการทำงาน
by IUF Asia/Pacific | May 9, 2025 | Food Service Workers, Our Union Our Power
On May 6, 2025, 52 members of the National Food Delivery Riders Union of the Philippines, Dumaguete Foodpanda Chapter—an affiliate of the IUF—won their case against Foodpanda. They successfully proved the existence of an employee-employer relationship, reclaimed their diminished income and benefits, and secured the reinstatement of illegally terminated rider accounts.
This victory comes after nearly a year of relentless efforts by the RIDERS Union, Dumaguete Foodpanda Chapter. Since 2023, they have been campaigning against wage theft and formally filed a labor case in 2024.
Despite the lengthy struggle, their perseverance has paid off. These 52 riders received a ruling from the Labor Arbiter confirming:
- The existence of an employee-employer relationship
- Reinstatement of illegally terminated rider accounts
- Entitlement to employee benefits, including the 13th-month pay, holiday pay, and service incentive leave
- An award of PHP 2 million in unpaid delivery fees
This landmark decision serves as an important milestone for all food delivery riders in fighting for the fair employment and worker protection. Through collective power and union solidarity, what once seemed impossible has become possible.

the National Food Delivery Riders Union of the Philippines, Dumaguete Foodpanda Chapter convened their working meeting.
by IUF Asia/Pacific | Apr 17, 2025 | Food Service Workers, Our Union Our Power
On March 3, 2025, barista workers in Chiang Mai sought assistance from the Barista Labor Union regarding unpaid wages that had been delayed for two months. The union took on the case and provided guidance. It was later discovered that, in addition to withholding wages, the employer had been paying a wage lower than the legal requirement.
Later on March 7, the Barista Labor Union, together with the affected workers, submitted complaints to the Provincial Office of Labor Welfare and Protection. The complaints were divided into two cases: the two-month unpaid wages and the claim for compensation for wages that had been paid below the legal standard over the past year.
With assistance from the Barista Union, the workers thoroughly prepared evidence and documentation. As a result, they swiftly received their unpaid wages from the employer—just one day after submitting the complaint.
However, regarding the claim for compensation for wages paid below the legal standard, the employer attempted to negotiate with the workers, despite previously avoiding their concerns. The Barista Labor Union advised the workers to stand firm on their original claim, emphasizing that the compensation sought was their rightful entitlement and not excessive.
The workers stood firm on their demand, and on March 19, the Chiang Mai Provincial Office of Labor Welfare and Protection issued an order requiring the employer to pay the full amount of compensation claimed.
This marks a significant victory for the Chiang Mai Barista Labor Union, showcasing their ability to protect and support workers against wage theft effectively. It also underscores the importance of unions as supportive allies who share resources, knowledge, and empathy—allowing us to take care of one another and tackle injustice better.

The Barista Labor Union of Chiangmai assisted the barista worker in submitting the complaint at the Provincial Office of Labor Welfare and Protection.

Members of the Barista Labor Union of Chiangmai
by IUF Asia/Pacific | Apr 17, 2025 | ภาษาไทย Thai, Food Service Workers, Our Union Our Power
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2568 มีแรงงานบาริสต้าในจังหวัดเชียงใหม่ เข้าปรึกษาสหภาพแรงงานบาริสต้า กรณีนายจ้างค้างชำระค่าจ้างเป็นเวลา 2 เดือน สหภาพแรงงานบาริสต้ารับเรื่อง และเข้าสู่กระบวนการรับฟังและให้คำปรึกษา ต่อมาพบว่า นอกจากนายจ้างจะค้างค่าจ้างแล้ว ยังจ่ายค่าแรงในอัตราที่ต่ำกว่ากฎหมายกำหนดอีกด้วย
ต่อมาในวันที่ 7 มีนาคม สหภาพแรงงานบาริสต้าและแรงงานดังกล่าวได้เดินทางไปยื่นเรื่องร้องเรียนแก่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเชียงใหม่ โดยแบ่งออกเป็นสองกรณี ได้แก่ การค้างชำระค่าจ้างสองเดือน และ การเรียกร้องค่าชดเชยค่าแรงที่ต่ำกว่ากฎหมายกำหนด ย้อนหลังหนึ่งปี
ด้วยความพร้อมในการเตรียมตัวด้านหลักฐาน และเอกสารการยื่นคำร้อง จากความช่วยเหลือจากสหภาพแรงงานบาริสต้า ทำให้แรงงานได้รับค่าจ้างค้างชำระจากนายจ้างอย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาเพียง 1 วันหลังจากที่ยื่นเรื่องเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ในการเรียกร้องค่าชดเชยการจ่ายค่าจ้างต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด นายจ้างได้ติดต่อแรงงานเพื่อขอต่อรอง ทั้งที่ก่อนหน้านี้บ่ายเบี่ยงที่จะให้คำตอบแก่แรงงานมาตลอด
สหภาพแรงงานบาริสต้าแนะนำให้แรงงานยืนยันในจำนวนค่าชดเชยที่เรียกร้องไปเพราะถือเป็นสิทธิที่แรงงานพึงได้รับ ไม่ถือว่าเป็นการเรียกร้องเกินกว่าเหตุ แรงงานจึงได้ยืนยันในค่าชดเชยดังเดิม ในวันที่ 19 มีนาคม สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเชียงได้ออกคำสั่งแก่นายจ้างให้จ่ายค่าชดเชยแก่แรงงานตามจำนวนเงินที่เรียกร้องไปทั้งหมด
ถือเป็นชัยชนะที่สำคัญของสหภาพแรงงานบาริสต้าเชียงใหม่ที่สามารถปกป้อง และช่วยเหลือแรงงานจากการถูกขโมยค่าจ้างได้สำเร็จ ย้ำเตือนให้เห็นถึงความสำคัญของสหภาพแรงงานที่เปรียบเสมือนการมีเพื่อนที่คอยช่วยเหลือและแบ่งปันทรัพยากรต่างๆ ความรู้ความเข้าใจ ทำให้เราดูแลกันได้มากขึ้น และรับมือกับความอยุติธรรมได้ดีมากขึ้น

สหภาพแรงงานบาริสต้าเชียงใหม่ช่วยเหลือแรงงานในการยื่นหนังสือร้องเรียนที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเชียงใหม่

สมาชิกสหภาพแรงงานบาริสต้าเชียงใหม่