28 เมษา: จดจำแรงงานที่ถูกหลงลืม

28 เมษา: จดจำแรงงานที่ถูกหลงลืม

ในรายงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ที่เผยแพร่ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2566 เรียกร้องให้คนหันมาสนใจเรื่องสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยมากขึ้น A Call for Safer and Healthier Working Environments  มีเนื้อหาที่ตั้งข้อสังเกตดังนี้

จากประมาณการณ์ตัวเลขล่าสุดที่ทางไอแอลโอได้จัดทำ โดยนับสถิติย้อนหลังถึงพ.ศ. 2562 พบว่ามีคนทำงานกว่า 395 ล้านคนทั่วโลกได้รับบาดเจ็บที่เกี่ยวเนื่องกับการทำงานกรณีไม่ร้ายแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต นอกจากนี้ ยังประมาณการณ์ว่าตัวเลขคนทำงานที่เสียชีวิตด้วยเหตุปัจจัยต่างๆ อันเกี่ยวเนื่องกับการทำงานอยู่ที่ราวๆ 2.93 ล้านคน เพิ่มขึ้นมากกว่า 12 เปอร์เซ็นต์จากสถิติปีพ.ศ.2563

ข้อมูลสถิติโดยประมาณการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจอย่างดีในแง่ที่ว่าคนทำงานยังต้องประสบกับอาการบาดเจ็บขั้นร้ายแรง โรคภัยต่างๆ รวมถึงความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตระหว่างทำงาน  นอกเหนือไปจากการเรียกร้องให้มีการบังคับใช้มาตรการต่างๆ เพื่อคุ้มครองคนทำงาน  สร้างหลักประกันด้านสิทธิเกี่ยวกับสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานให้เป็นไปตามหลักอนุสัญญาฉบับที่ 155 ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศที่เป็นอนุสัญญาสิทธิหลักขั้นพื้นฐาน

ข้อมูลตัวเลขเรื่องอาการบาดเจ็บ ความเจ็บป่วยด้วยโรคจากการทำงาน และเสียชีวิตเนื่องจากการทำงานสามารถรวบรวมได้เพียงแค่การประมาณการณ์เท่านั้น เนื่องจากข้อมูลตัวเลขที่ทางองค์การแรงงานระหว่างประเทศได้รวบรวมไว้ จำเป็นต้องอ้างอิงฐานข้อมูลจากประเทศต่างๆ ที่ได้ทำการรวบรวมสถิติไว้  ด้วยเหตุนี้ ความแม่นยำของข้อมูลจึงต้องพึ่งพิงเจ้าหน้าที่ที่ออกตรวจแรงงาน ทำบันทึกรายงาน และบังคับใช้ข้อกฎหมายรวมทั้งกลไกและระเบียบต่างๆ จึงจะเกิดฐานข้อมูลในระดับชาติ ส่วนคนทำงานทุกคนที่เสียชีวิตจากอาการป่วยเรื้อรังระยะยาวที่อาจมีสาเหตุจากการทำงานโดยตรงหรืออาการป่วยหนักกว่าเดิมจากปัจจัยที่มาจากลักษณะการทำงานที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว โดยบางกรณีอาจจะใช้เวลาหลายปีกว่าจะเสียชีวิต บางกรณีก็เสียชีวิตหลังพันวัยเกษียณไปแล้ว โดยคนทำงานเหล่านี้ที่เสียชีวิตเนื่องจากหรือเกี่ยวข้องกับการทำงานมักจะไม่ได้รับการบันทึกไว้ในระบบฐานข้อมูลเกี่ยวกับการเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน  ส่วนคนทำงานที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุระหว่างการทำงานที่ไม่ได้รับการบันทึกไว้ก็เป็นการเสียชีวิตที่ไม่ได้ถูกพูดถึงเช่นกัน ส่วนคนทำงานที่ไม่ถูกจัดว่าเป็น “แรงงาน” ตามคำจำกัดความตามกฎหมายของรัฐนั้นๆ จึงไม่ถูกนับรวมในสถิติแรงงานทางการ เมื่อความตายของคนเหล่านี้ไม่มีใครนับรวม เท่ากับว่าคนเหล่านั้นเสียชีวิตภายใต้ความเงียบงัน

เมื่อพวกเรายังต้องรณรงค์ให้ปัญหา “การเสียชีวิตเนื่องจากการทำงานต้องหมดไป” ทุกวันรำลึกถึงคนทำงานซึ่งตรงกับวันที่ 28 เมษายนของทุกปี เราจำเป็นต้องรำลึกถึงคนงานที่บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการทำงานแต่กลับไม่ถูกพูดถึงหรือบันทึกไว้ในระบบฐานข้อมูลเนื่องจากข้อบกพร่องต่างๆ ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น

นอกจากช่องโหว่ที่เกิดขึ้นในระบบการจัดเก็บฐานข้อมูลสถิติเกี่ยวกับอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยจากการทำงาน โรคที่มีสาเหตุจากการทำงาน รวมทั้งการเสียชีวิตจากการทำงาน โดยฐานข้อมูลต่างๆทั้งในระดับสากล ระดับประเทศ และระดับหน่วยงานย่อยต่างๆภายในประเทศนั้นเป็นปัญหาเชิงระบบ อันได้แก่ ข้อจำกัดด้านความสามารถเชิงเทคนิค ขาดการสร้างระบบรองรับที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน และความแตกต่างอย่างมากเกี่ยวกับการตีความและคำจำกัดความตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่างๆ แล้ว ยังเป็นข้อบกพร่องที่มีสาเหตุทางการเมื่องเช่นกัน ดังจะเห็นได้ว่าทรัพยากรหรืองบประมาณรัฐที่ใช้ในการตรวจแรงงาน ติดตามตรวจสอบ และรายงานข้อมูลสถิติต่างๆ ไม่ได้เป็นปัญหาแค่ว่ารัฐนั้นขาดงบหรือด้อยพัฒนาหรือขาดการประสานงานระหว่างหน่วยงานเท่านั้น แต่เป็นผลพวงจากการที่ผู้มีอำนาจตัดสินใจทางการเมืองแทบจะไม่เห็นความสำคัญของชีวิตความเป็นอยู่คนทำงาน ผลักไสไล่ส่งให้อยู่ท้ายแถวลำดับความสำคัญเมื่อรัฐพิจารณานโยบายและร่างงบประมาณแห่งชาติ  นโยบายรัดเข็มขัดโดยตัดงบประมาณไม่เพียงส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่คนทำงานที่ต้องเสี่ยงชีวิตมากขึ้น แต่ยังกีดกันการรายงานสถิติทางการที่เป็นจริงเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพและการสูญเสียชีวิตเนื่องจากการทำงาน

ในภาคเอกชนรวมทั้งบรรษัทข้ามชาติจำนวนมากมักจะใช้การส่งเสริมเซฟตี้เฟิร์ส หรือ “ปลอดภัยไว้ก่อน” รวมทั้งการรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุเป็นศูนย์ (zero accidents) ที่หน้าฉากดูเหมือนว่าบรรษัทเหล่านี้ยึดมั่นในพันธกิจที่จะรักษาชีวิตพนักงาน แต่ทว่าในทางปฏิบัตินั้น แนวทางเหล่านี้กลับถูกตีความใหม่เป็นเป้าหมายความปลอดภัยที่มีแรงจูงใจเป็นตัวเงินแทน โดยฝ่ายบริหารใช้วิธีมัดรวมผูกไว้กับค่าเคพีไอหรือการประเมินผลการทำงานของพนักงาน กลายเป็นว่าแทนที่จะทำให้หัวหน้างานหรือระดับผู้จัดการช่วยกันส่งเสริมสถานประกอบการให้ปลอดภัยมากขึ้นโดยมีรางวัลตอบแทนหรือเงินจูงใจเมื่อเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ แต่หลายๆครั้งกลับได้ผลในทางตรงกันข้าม เพราะเงินจูงใจทำให้งดรายงานอุบัติเหตุจากการทำงาน

ในช่วงระยะเวลาที่รายงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศประมาณการณ์ตัวเลขการเสียชีวิตที่เกี่ยวเนื่องกับการทำงานที่เพิ่มขึ้น 12% ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2563 – 2566 ทางไอยูเอฟเอเชียแปซิฟิกต้องแก้ไขข้อพิพาทแรงงานกว่าสามสิบกรณีกับบรรษัทข้ามชาติในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่พบว่าฝ่ายบริหารจงใจรายงานไม่ครบหรืองดรายงานอุบัติเหตุจากการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการปกปิดเหตุการณ์ก๊าซระเบิด  ก๊าซแอมโมเนียรั่ว ไฟไหม้ และสิ่งก่อสร้างหรืออาคารถล่ม หรือเครื่องจักรล้มทับ ที่ไม่มีการรายงานและทำบันทึกอุบัติเหตุและการเสียชีวิตที่เป็นผลมาจากโศกนาฏกรรมในที่ทำงาน

ตัวอย่างเช่นที่บรรษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกด้านอาหารแห่งหนึ่งในประเทศปากีสถาน พนักงานชั่วคราวที่กำลังยกวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมได้รับบาดเจ็บสาหัสจากแผลไฟไหม้ในอุบัติเหตุก๊าซระเบิด  แต่ทางโรงงานกลับไม่นำส่งคนงานไปโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษาฉุกเฉิน

แต่กลับนำตัวพนักงานคนนั้นไปพักในหอพักของโรงงานแทน แล้วฝ่ายบริหารพยายามคิดหาหนทางที่จะหลบเลี่ยงไม่ทำบันทึกรายงานอุบัติเหตุครั้งนี้  และด้วยความล่าช้าในการส่งตัวผู้บาดเจ็บไปรักษาที่โรงพยาบาล เป็นเหตุให้พนักงานหนึ่งรายต้องเสียชีวิต และอีกคนพิการตลอดชีวิต

เหตุการณ์คล้ายๆกันนี้ ที่ฝ่ายบริหารไม่ส่งตัวคนงานที่บาดเจ็บไปรักษาโดยทันทีเกิดขึ้นเช่นกันที่บรรษัทข้ามชาติระดับโลกอื่นๆ ในปากีสถานและอินเดีย  ทุกกรณีที่เกิดขึ้น ผู้แทนสหภาพแรงงานถูกลงโทษหรือถูกสั่งพักงานเพราะขอใช้รถพยาบาลฉุกเฉินของบริษัท  (มีกรณีหนึ่งที่รถฉุกเฉินไม่ได้นำมาใช้เพราะเป็นที่เก็บของและไม่มีอุปกรณ์ช่วยเหลือทางการแพทย์บนรถ ส่วนอีกกรณีคือฝ่ายบริหารใช้รถฉุกเฉินเพื่อวัตถุประสงค์ส่วนตัวเช่นไปงานแต่งงาน) หากมีบันทึกการใช้รถฉุกเฉินหมายความว่าจะต้องมีรายงานอุบัติเหตุในที่ทำงาน และจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อไปยังเงินโบนัสและเงินจูงใจอื่นๆ ที่ผูกไว้กับค่าเคพีไอ (อุบัติเหตุต้องเป็นศูนย์) ดังนั้นหนทางที่ดีที่สุดที่จะได้สถิติอุบัติเหตุเป็นศูนย์คือต้องงดรายงานและหมายถึงว่าห้ามใช้รถฉุกเฉินนั่นเอง

อีกหนึ่งตัวอย่างคือ บริษัทระดับโลกแห่งหนึ่งในประเทศอินเดียได้เกิดเหตุเครนบรรทุกน้ำหนักเกินขนาดตกลงมายังกลุ่มคนงานซึ่งพลาดไปอย่างหวุดหวิด ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้ามาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พื้นที่ดังกล่าวได้ถูกเก็บกวาด ทำลายหลักฐาน ไม่มีบันทึกอุบัติเหตุหรือบันทึกชั่วโมงการทำงานหลงเหลือ ตัวแทนสหภาพที่ร้องเรียนเรื่องราวนี้ออกไปถูกบริษัทสั่งพักงาน สามเดือนต่อมา เครื่องเปลี่ยนเครนตกลงมาเกือบโดนคนงานที่อยู่ข้างล่างอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีกระทั่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ เพราะตัวแทนสหภาพถูกพักงานไปแล้ว จึงไม่มีใครกล้ารายงาน

นอกจากนี้ ยังมีตัวอย่างรายงานเหตุที่เกิดในบริษัทเครื่องดื่มระดับโลกในเดือนกรกฎาคมปี 2013:

เช้าวันที่ 7 กรกฎาคม เวลา 03.45 น. มีคนงานเสียชีวิต 2 ราย จากเหตุปล่องไอน้ำในห้องหุงต้มล้มลงมาใส่ผนังและทับพนักงานหุงต้ม โคมัล แชรเดน วัน 55 ปีเสียชีวิตทันที ส่วนราวิกุมาร โซนี พนักงานชุบเย็น วัย 26 ปีบาดเจ็บสาหัส โรงพยาบาลนาร์มาดา ดรามา เซ็นเตอร์ ซึ่งอยู่ห่างโรงงานราว 60 กิโลเมตรรายงานว่าทั้งสองเสียชีวิต เมื่อมาถึงโรงพยาบาลตอนเวลาตีห้า จากคำให้การของพยาน (ที่ต้องปกปิดชื่อเนื่องจากกลัวจะถูกฝ่ายบริหารเล่นงาน) กล่าวว่า โคมัล แชนเดล เสียชีวิตทันทีจากอุบัติเหตุตั้งแต่ในพื้นที่โรงงานแล้ว ส่วนราวิกุมาร โซนี หมดสติและเสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล โคมัลมีภรรยาและลูก 5 คนต้องดูแล ในขณะที่ราวิเพิ่งจะหมั้นหมายและแต่งงานในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และต้องดูแลส่งเสียพ่อแม่และพี่น้องหลายคน

กรณีปล่องไฟหล่นทับพนักงานนั้นไม่ได้เกิดขึ้นในพายุ หรือ เป็นอุบัติเหตุ แต่ชัดเจนว่าเป็นเหตุจากพื้นที่ทำงานที่ไม่ปลอดภัย หกเดือนก่อนหน้าที่โคมัลและราวิจะเสียชีวิต สหภาพแรงงานได้เขียนจดหมายแจ้งเรื่องสภาพพื้นที่ทำงานที่ไม่ปลอดภัยถึงฝ่ายบริหารแล้ว โดยได้รับข้อความตอบกลับว่า บริษัทกำลังยุ่งอยู่เนื่องจากอยู่ในช่วงการเร่งการผลิต

นอกจากนี้ เพื่อจะชี้ให้เห็นว่าบริษัทเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่นี้มองไม่เห็นความสำคัญของชีวิตคนทำงานแม้แต่น้อย บริษัทยังได้ส่งจดหมายไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตในวันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม 2013  ซึ่งเป็นบ่ายวันเดียวกันที่ทั้งสองเสียชีวิตลงในช่วงตีห้า กล่าวคือ ฝ่ายบริหารได้แนบเช็คเป็นค่าชดใช้ และเชิญสมาชิกครอบครัวของผู้เสียชีวิตเข้ามาทำงานแทนที่ตำแหน่งดังกล่าว

พนักงานทั้งสองที่เสียชีวิตลง โคมัล และราวิ ปรากฏชื่อขึ้นได้เพราะสหภาพบันทึกและรายงานโศกนาฏกกรรมดังกล่าว และต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมให้กับพวกเขา อย่างไรก็ตาม ยังมีที่ทำงานอีกหลายพันแห่งที่ไม่มีตัวแทนสหภาพ (หรือมีสหภาพแต่เป็นสหภาพที่คอรัปชั่นและอยู่ในมือของฝ่ายบริหาร) ไม่มีโอกาสจะได้เห็นชื่อหรือรายงานเหตุของผู้เสียชีวิตหรือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บด้วยซ้ำ ความตายของคนทำงานไร้ชื่อเหล่านี้เป็นเรื่องน่าเศร้า ทั้งยังสร้างความเสี่ยงให้คนทำงานอื่นๆต้องเผชิญต่อไปตราบใดที่นโยบายลดอุบัติเหตุเป็นศูนย์ และการไม่รายงานเหตุบาดเจ็บหรือเสียชีวิตยังคงอยู่ ก็จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข

เมื่อไม่มีรายงานหรือบันทึกเหตุพื้นที่ทำงานไม่ปลอดภัย หรือเหตุบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของคนทำงานแล้ว เราจะป้องกันเหตุที่เราไม่ล่วงรู้ได้อย่างไร นายจ้างและรัฐบาลจะรับประกันไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้ได้อย่างไร หากพวกเขาไม่รับรู้ว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น และเกิดขึ้นได้อย่างไร

การบันทึก รายงาน หรือรับรู้เหตุเหล่านี้ไม่ใช่เพื่อกล่าวโทษ แต่คือการหาสาเหตุและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น คือการชดใช้เยียวยาและป้องกัน สำหรับบรรษัทขนาดใหญ่ การกล่าวโทษถูกมองเป็นเรื่องการรับผิดรับชอบ การหมกหมุ่นกับแนวคิดนี้ได้บ่อนทำลาย หรือกีดกันการตรวจทานธุรกิจในมิติของสิทธิมนุษยชน โดยจะเห็นได้ว่า ประเด็นของการรับผิดรับชอบมักไม่ได้อยู่ที่ “เรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร” หรือ “เราจะป้องกันไม่ให้มันเกิดเหตุนี้อีกได้อย่างไร” แต่คือ “บริษัทจะถูกเปิดเผยอะไรบ้าง” ซึ่งเป็นเรื่องตลกร้าย เพราะคนทำงานต่างหากที่ต้องทั้งเปิด ทั้งเผยตัวเองต่อความเสี่ยงต่างๆ ในสภาพการทำงานที่อันตราย ทั้งสารเคมีรุนแรง อุณภูมิสูงจัดต่ำจัด แต่บริษัทกลับยังกังวลเรื่องการถูกเปิดโปงของนายจ้างในคดีความ การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน และภาพลักษณ์บริษัท

ในหลายประเทศ ข้อมูลบันทึกอุบัติเหตุในที่ทำงานมักจะอ้างอิงจาก คำร้องค่าสินไหมทดแทนของลูกจ้าง  เพราะเป็นวิธีการที่ใช้กำหนดลักษณะของอุบัติเหตุหรือความบาดเจ็บที่เกิดขึ้นในที่ทำงาน รวมทั้งระบุแนวโน้มที่อาจจะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของลูกจ้างก็อาจจะส่งผลให้คนทำงานไม่ได้รับค่าทดแทน เนื่องจากสถานการณ์จ้างงาน สถานการณ์ย้ายประเทศ เพศ อายุ ถูกกีดกันออกจากเงื่อนไขที่กำหนด ทำให้เหตุที่เกิดไม่ได้รับการบันทึกในฐานข้อมูลไปด้วย และเสมือนว่าเหตุนั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

 ความเงียบอันน่าเศร้าที่เกิดขึ้นในบันทึกข้อมูลอุบัติเหตุ ความเจ็บป่วย โรคภัย และการเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นไปพร้อมกับความไม่เคร่งครัด และยิ่งเป็นการจ้างงานแรงงานข้ามชาติ หรือการจ้างงานแบบไม่มั่นคงต่างๆ (การจ้างรับเหมา และ การจ้างแบบสัญญาระยะสั้น) ยิ่งถูกมองเห็นน้อยลง ส่วนการจ้างงานแบบอำพรางความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างลูกจ้าง การรับงานอิสระ ไม่กระทั่งจะปรากฏข้อมูลในระบบด้วยซ้ำ ตกอยู่ในเงามืดที่ซุกซ่อนทั้งปัญหาการค้ามนุษย์ การใช้แรงงานบังคับ รวมทั้งการใช้แรงงานเด็ก

ในระบบเศรษฐกิจของการจ้างงานแบบไม่เป็นทางการ ความตาย การบาดเจ็บ ความเจ็บป่วยจากการทำงานมักจะไม่ถูกรายงาน หรือ ล่องหนในฐานข้อมูลของรัฐ กรณีเหล่านี้ส่วนมากจะอยู่นอกเหนือระบบการตรวจตราดูแลของกรมแรงงาน หรือถูกละเลยความสำคัญ คนทำงานและครอบครัวของคนทำงานในระบบเศรษฐกิจการจ้างงานแบบไม่เป็นทางการ มักถูกเลือกปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ มองว่าอาชีพอิสระเหล่านี้เป็นงาน “ขาดทักษะ” และมักถูกกล่าวโทษเสมอ ประเด็นสำคัญคือ ความตาย การบาดเจ็บ ความป่วยไข้ใดใดของพวกเขามักถูกมองว่าไม่ได้เกี่ยวข้องการทำงาน

แจสเปอร์ ดาลแมน ไรเดอร์ส่งอาหารให้กับบริษัทแพลตฟอร์มดิจิตอลชั้นนำแห่งหนึ่ง ถูกรถชนและเสียชีวิตขณะส่งอาหาร กรณีเสียชีวิตของเขาถูกบันทึกว่าเป็นอุบัติเหตุการจราจร ไม่ใช่การเสียชีวิตจากการทำงาน การบันทึกข้อมูลเช่นนี้เกิดขึ้นกับไรเดอร์ส่งอาหารหลายพันคนที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บขณะทำงาน เนื่องจากพวกเขาถูกมองว่าไม่ได้เป็นคนทำงาน ท้องถนนที่พวกเขาถูกรถเฉี่ยวชน ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นสถานที่ทำงาน คนทำงานเหล่านี้มักถูกมองข้ามไป

แจสเปอร์ ดาลแมน ทำงานเป็นไรเดอร์ส่งอาหารให้กับบริษัทฟู้ดแพนดา วัยเพียง 19 ปี ในประเทศฟิลิปินส์ เขาเสียชีวิตลงจากอุบัติเหตุรถชนขณะทำงานในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2023 นอกจากนี้ ในประเทศฟิลิปินส์ ยังมีชาวประมงหลายพันคนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนในเรือหาปลาพาณิชย์ขนาดใหญ่ ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตขณะออกทะเล

ในฟิลิปปินส์ มีการรณรงค์เพื่อตระหนักถึงสิทธิของชาวประมง จนเกิดการรับรองคำสั่งกรมเลขที่ 156 ซึ่งเป็นกฎและข้อบังคับว่าด้วยสภาพการทำงานและความเป็นอยู่ของชาวประมงบนเรือประมงที่มีส่วนร่วมในการประมงเชิงพาณิชย์ในปี 2559 กฎระเบียบใหม่นี้ใช้กับเรือประมง ว่าเป็นสถานที่ทำงานแบบหนึ่งและมีการรับประกันสิทธิในสถานที่ทำงานที่ปลอดภัย โดยมีบริษัทประมงพาณิชย์เป็นนายจ้างที่รับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม ในช่วงแปดปีนับตั้งแต่มีการประกาศใช้คำสั่งกรมที่ 156 อุตสาหกรรมประมงเชิงพาณิชย์ประสบความสำเร็จในการล็อบบี้ต่อต้านการดำเนินการกฎกระทรวง

ตลอดแปดปีที่ผ่านมา ชาวประมงยังได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตขณะออกทะเล แต่สาเหตุที่เกิดขึ้นก็ยังไม่ถูกมองว่าเป็นอันตรายจากการทำงาน ชาวประมงหลายคนที่ถูกทอดทิ้งและสูญเสียชีวิตไม่ถูกมองเห็นแม้แต่น้อย

วิลเฟรโด เอสแทมปา เป็นหนึ่งในชาวประมองหลายร้อยคนที่ถูกละทิ้งกลางทะเลจากบริษัทปลาทูน่า Citra Mina เขาเสียชีวิตก่อนจะได้กลับบ้าน โดยความตายของเขาไม่ถูกนับว่าเกี่ยวข้องกับการทำงาน

ครอบครัวของชาวประมงที่สูญหายยังคงเรียกร้องอย่างน่าเศร้าจนถึงปัจจุบัน ไม่ใช่เป็นเพราะต้องการร่างผู้เสียชีวิตกลับมา แต่เพราะต้องการให้ทางการระบุว่าพวกเขาเสียชีวิตแล้ว เพราะหากไม่มีการประกาศเสียชีวิต พวกเขาจะไม่เรียกรับค่าชดเชยใดใดได้ เพราะสินไหมเหล่านี้สำคัญอย่างยิ่งกับผู้คนที่ตกอยู่ในสภาพความเป็นอยู่ที่ยากจนและถูกทำให้เป็นชายขอบ

ความยากจนและการทำให้เป็นคนชายขอบเดียวกันนี้เองคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงความเปราะบางของชาวประมง การจ้างงานที่ไม่มั่นคง และสภาพการทำงานที่อันตรายเอาไว้ สำหรับครอบครัวของชาวประมง ความยากจนและการตกอยู่ในภาวะชายขอบของพวกเขาเลวร้ายลง เมื่อคนที่รักต้องเสียชีวิต และถูกรัฐบาลและนายจ้างปฏิเสธว่าไม่ใช่คนทำงาน พวกเขาเหล่านี้คือหนึ่งในคนทำงานหลายแสนคนที่เราสมควรจดจำในวันที่ 28 เมษายนนี้

อัพเดทแนวปฏิบัติ โออีซีดี ปี 2023: เน้นหนักเรื่องสิทธิของคนทำงานในการเข้าร่วมสหภาพแรงงานโดยไม่ถูกแทรกแซง

แนวปฏิบัติ OECD ของบรรษัทข้ามชาติ ในส่วนของการทำธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ มีการอัพเดทเนื้อหาเพิ่มเติมในปี 2023  โดยเน้นหนักในเรื่องหน้าที่ของบริษัทที่ต้องเคารพสิทธิคนทำงานรวมกลุ่มได้อย่างเสรี ซึ่งได้เพิ่มเติมประเด็นสำคัญว่าบรรษัทข้ามชาติต้องเคารพสิทธิคนทำงานอย่างไรบ้าง

ก่อนหน้านี้ แนวปฏิบัติ OECD สำหรับบรรษัทข้ามชาติว่าด้วยการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ บทที่ 5 เรื่องการจ้างงานและแรงงานสัมพันธ์ วรรค 1 ระบุว่า

  1. เคารพสิทธิคนทำงานที่ได้รับการว่าจ้างโดยบรรษัทข้ามชาติ ให้พวกเขาก่อตั้งหรือเข้าร่วมสหภาพแรงงาน และ เป็นตัวแทนองค์กรที่พวกเขาเลือก

ปัจจุบันในปี 2023 มีการเพิ่มเติมเนื้อหา โดยระบุว่า

  1. เคารพสิทธิคนทำงานในการก่อตั้งหรือเข้าร่วมสหภาพแรงงาน และเป็นตัวแทนองค์กรที่พวกเขาเลือก รวมทั้งหลีกเลี่ยงการแทรกแซงการตัดสินใจของคนทำงานในการก่อตั้งหรือเข้าร่วมสหภาพแรงงานหรือเป็นตัวแทนองค์กรที่พวกเขาเลือก

การเพิ่มเติมแก้ไขเนื้อหาดังกล่าวมีความสำคัญ เนื่องจากบรรษัทข้ามชาติส่วนใหญ่มักจะอ้างว่าเคารพสิทธิคนทำงานในการก่อตั้งหรือเข้าร่วมสหภาพที่พวกเขาเลือก แต่กลับอนุญาตให้ฝ่ายบริหารในประเทศ หรือ ในท้องถิ่นแทรกแซงการใช้สิทธิดังกล่าวของคนทำงาน

การแทรกแซงของฝ่ายบริหารเกิดขึ้นหลายลักษณะในสถานประกอบการ โดยเป็นการบังคับให้คนทำงานต้องกลับไปคิดทบทวนถึงการก่อตั้งหรือเข้าร่วมสหภาพของพวกเขา บ่อยครั้งฝ่ายบริหารมักจะอ้างว่า ตนแค่ให้ “คำแนะนำ” แก่ลูกจ้างเท่านั้น หรือลูกจ้างเข้ามาขอคำแนะนำ ฝ่ายบริหารยังมักอ้างว่าพวกเขา “แค่ถาม” ลูกจ้างเกี่ยวกับสหภาพเท่านั้น

การให้ “คำแนะนำ” หรือ “แค่ถาม” ถือเป็นการแทรกแซงและการละเมิดสิทธิคนทำงานที่จะได้เลือกอย่างอิสระ เสรีภาพในการเลือกหรือเข้าร่วมสหภาพมีนัยยะว่าคนทำงานสามารถตัดสินใจได้โดยเป็นอิสระจากการแทรกแซง หรืออิทธิพลของฝ่ายบริหารรูปแบบต่างๆ ดังนั้นฝ่ายบริหารต้องวางตัวเป็นกลาง และไม่ส่งอิทธิพลต่อการเลือกของคนทำงานไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม

คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านสหภาพแรงงานของ OECD  (TUAC) ได้ให้ตัวอย่างของการกระทำหรือคำพูดที่ถือเป็น “การแทรกแซงการตัดสินใจของคนทำงานในการก่อตั้งหรือเข้าร่วมสหภาพแรงงาน” ดังต่อไปนี้

  • การบอกคนทำงานว่าพวกเขาเป็น “ทีมงาน” หรือ “ครอบครัวเดียวกัน” จึงไม่จำเป็นต้องมีตัวแทนหรือมีการยื่นข้อเรียกร้องร่วม
  • ดูถูกหรือด้อยค่าสหภาพแรงงาน ในการหาตัวแทนเพื่อดำเนินการเจรจาต่อรองร่วม
  • แสดงข้อความหรือการกระทำใดใดที่ชี้นำให้คนทำงานคิดว่างานและรายได้ของพวกเขาจะเปลี่ยนไป หากเข้าร่วมหรือก่อตั้งสหภาพ
  • สร้างการรับรู้ว่าแนวปฏิบัติ OECD จะไม่ถูกนำมาใช้ในสถานประกอบการ ดังนั้นคนทำงานจะไม่ได้รับประโยชน์ใดจากแนวปฏิบัติดังกล่าว
  • ฟ้องร้องคนทำงาน ใช้อำนาจศาลในการปฏิเสธหรือถ่วงเวลาการตัดสินใจเรื่องการมีตัวแทน

การกระทำใดที่มีลักษณะข้างต้นถือว่ามีแนวโน้มจะนำไปสู่การละเมิดหลักการ OECD ได้ทั้งสิ้น

การกระทำที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับตัวอย่างข้างต้นถือเป็นการบ่อนเซาะสิทธิระหว่างประเทศ ว่าด้วยการสมาคมอย่างเสรีและสิทธิในการจัดตั้ง ซึ่งเป็นหลักปฏิญญาสากลที่  87 และ 98 ขององค์การแรงงานสากล อันเป็นหลักปฏิบัติพื้นฐานที่รัฐบาลทุกประเทศ นายจ้างทุกคน ต้องปฏิบัติตตาม หมายความว่าเป็นหน้าที่ที่นายจ้างจะต้องปฏิบัติตาม โดยเคารพสิทธิของคนทำงานในการรวมกลุ่มได้อย่างเสรีและมีสิทธิจัดตั้งองค์กรของคน ถือเป็นระเบียบปฏิบัติ มิใช่ความสมัครใจ

 

International Women’s Day 2024 posters in 19 languages

International Women’s Day 2024 posters in 19 languages

অসমীয়া Assamese

বাংলা Bengali

繁體字 Chinese 

دری Dari

ગુજરાતી Gujarati 

हिन्दी Hindi

Bahasa Indonesia

日本語 Japanese

ភាសាខ្មែរ Khmer

한국어 Korean

ဗမာဘာသာစကား Myanmar

नेपाली Nepali

Pashto پشتو

سندھی Sindhi

Sinhala සිංහල භාෂාව

தமிழ் Tamil

ภาษาไทย Thai

Urdu اردو

English

ระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้เกิด ความเครียด ในที่ทำงานได้

ระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้เกิด ความเครียด ในที่ทำงานได้

ผลเสียที่อาจเกิดขึ้นกับคนทำงาน เมื่อนำระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ [PDF]

ระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้เกิด ความเครียด ในที่ทำงานได้ [PDF]

สหภาพแรงงานควรทำอย่างไรเพื่อให้ระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เข้ามาเกิดผลดีกับคนทำงาน [PDF]

สหภาพแรงงาน สามารถทำอะไรได้บ้าง เมื่อธุรกิจนำระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ [PDF]

 

ยูไนท์ขอเรียกร้องให้ยุติการสู้รบทันที (Unite the Union UK calls for an immediate ceasefire)

ยูไนท์ขอเรียกร้องให้ยุติการสู้รบทันที (Unite the Union UK calls for an immediate ceasefire)

Unite calls for an immediate ceasefire [Nov 3, 2023]

จากแถลงการณ์ที่ยูไนท์​ (Unite) ได้รับรองและสนับสนุน รวมทั้งแถลง ณ สภา TUC ในวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่าด้วยเรื่องการยกระดับความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ยูไนท์ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายทั้งในอิสราเอล และกาซา ยุติการสู้รบทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข

หยุด ก่อการร้าย เข่นฆ่าและสร้างความทุกข์ทรมานให้กับพลเมืองบริสุทธิ์  ประชาชนทั่วไป เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ และเด็กหลายพันคนเท่านั้น

เราเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ ปกป้องพลเมืองทุกคน ปล่อยตัวประกันไม่ให้ได้รับการบาดเจ็บทั้งหมด รวมทั้งฟื้นฟูการลำเลียงอาหาร น้ำ ไฟฟ้า ยารักษาโรค สุขอนามัย และเชื้อเพลง

กฎหมายระหว่างประเทศได้บัญญัติอย่างชัดเจนว่า การเข่นฆ่าพลเมืองบริสุทธิ์โดยเจตนา การจับตัวประกัน และการทำร้ายประชาชนโดยส่วนรวมถือเป็นอาชญากรรมสงคราม ฉะนั้นการก่อเหตุจากกลุ่มฮามาส และจากรัฐบาลอิสราเอลต้องถูกประณาม และยึดมั่นกฎหมายระหว่างประเทศ

ในระหว่างที่ความขัดแย้งดำเนินอยู่ ระเบียงมนุษยธรรม (humanitarian corridors) จะต้องเปิดให้ผู้คนสามารถเข้าถึงการช่วยเหลือได้

ยูไนท์ขอเรียกร้องให้ชุมชนนานาชาติมุ่งทำงานต่อไปเพื่อสร้างสันติภาพที่ครอบคลุมและยั่งยืน แก้ปัญหาระหว่างรัฐทั้งสอง ให้มั่นใจว่าจะมีการปกป้องสิทธิมนุษยชนและยุติการปราบปรามกดขี่ ความรุนแรง การฆ่าล้างทางชาติพันธุ์ รวมทั้งการเข้ายึดครองของกำลังทหารในชายแดนปาเลสไตล์ และการปิดล้อมพื้นที่กาซา

ยูไนท์ในบริเตรและไอร์แลนด์ จะทำงานอย่างแข็งขันต่อสู้กับการเหยียดชาติพันธุ์มุสลิม การเหยียดชาวยิว และการเหยียดชาวปาเลสไตน์และอาหรับ ที่เกิดเพิ่มมากขึ้นในที่ทำงานและชุมชน ซึ่งปะทุจากความขัดแย้งนี้ เราจะคอยช่วยเหลือไม่ให้สมาชิกของเราตกเป็นเป้าโจมตี และถูกตำหนิจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

ยูไนท์จะทำงานร่วมกับสหภาพพี่น้องของเรา ทั้ง TUC STUC WTUC ICTU และ สหพันธ์แรงงานสากล (International Trade Union Confederation,ITUC) เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมสันติภาพและบรรเทาความทุกข์เหยื่อจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่

แปลโดยไอยูเอฟ เอเชียแปซิฟิค (IUF Asia Pacific)