by IUF Asia/Pacific | Nov 1, 2025 | ภาษาไทย Thai, Defending Democracy, Human Rights
เผด็จการทหารเมียนมาร์ได้วางหมากเดินเกมคุมชัยชนะในการเลือกตั้งผ่านทางพรรคการเมืองของตน คือ พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (Union Solidarity and Development Party – USDP)
การลงคะแนนเสียงที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568 รัฐมนตรีและผู้นำระดับสูงกว่า 20 คนในกลุ่มผู้นำเผด็จการทหารเมียนมาร์จะลงสนามในฐานะผู้แทนที่มาจากพรรค USDP โดยจะมีทั้งนายพลเกษียณและนายทหารยศสูงที่ยังคงทำหน้าที่คุมกองทัพฝ่ายต่างๆ อีกไม่น้อยกว่า 11 นาย
ปัจจุบัน มีทหารทุกชั้นยศจำนวน 489 คนที่เข้าร่วมพรรค USDP ที่คาดว่าจะ “ได้รับเลือก” ในการเลือกตั้งแบบจัดฉากที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
หน้าฉากนั้นดูเหมือนว่านายทหารเหล่านี้ลงสม้ครรับเลือกตั้งจริงในฐานะผู้แทนพรรค แต่ผลการเลือกตั้งนั้นเป็นที่รู้กันล่วงหน้าไปแล้วว่าได้ตำแหน่งแน่นอน
เผด็จการทหารเมียนมาร์การันตีที่นั่งในสภาภายใต้หน้าฉากของคำว่า การเลือกตั้งตามระบอบ “ประชาธิปไตย” โดยมีเก้าอี้เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วสำหรับเหล่าทหาร
ในสภาล่าง โดยมี 110 ตำแหน่งจากทั้งหมด 330 ตำแหน่ง (30%) ที่จะได้จากการลงคะแนนนั้นถูกกันสำรองไว้ให้ทหาร ส่วนในสภาสูง จะมี 56 ตำแหน่งจากทั้งหมด 168 ตำแหน่ง (33%) ที่จะได้จากการลงคะแนนเสียงนั้น ก็ได้ถูกกันสำรองไว้ให้ทหารแล้วเช่นกัน
นอกจากเหล่านายพลและทหารเกษียณที่ลงสมัครรับเลือกตั้งบังหน้าในฐานะผู้สม้ครจากพรรค USDP แล้ว ก็ยังมีเหล่านายทหารอาวุโสที่จะได้นั่งในตำแหน่งต่างๆ ที่ได้กันสำรองไว้ให้โดยเฉพาะ

by IUF Asia/Pacific | Nov 1, 2025 | ภาษาไทย Thai, Defending Democracy, Human Rights
เพื่อที่จะให้การเลือกตั้งที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2568 ดูสมจริงยิ่งขึ้น เผด็จการทหารพม่าจะต้องออกแบบให้มีพรรคการเมืองที่เป็นฝ่ายค้านเข้าร่วมการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย
ภายใต้กฎหมายการจดทะเบียนพรรคการเมืองที่เผด็จการทหารเป็นผู้ร่างและประกาศใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ.2566 พรรคการเมืองใดก็ตามที่ต้องการลงสนามแข่งขันในการเลือกตั้งระดับประเทศจะต้องมีสมาชิกพรรคขั้นต่ำ 100,000 คนและต้องมีสำนักงานพรรคตั้งอยู่ใน 110 อำเภอ จากจำนวนอำเภอทั้งหมด 330 แห่งทั่วประเทศ เมื่อพรรคการเมืองที่มีแนวทางปกป้องประชาธิปไตยโดนยุบและเผด็จการทหารประกาศว่าพรรคเหล่านี้เป็นองค์กรผิดกฎหมาย อีกทั้งยังประกาศว่าเป็น “กลุ่มก่อการร้าย” ดังนั้น การมีพรรคการเมืองฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่ได้จริงจะเป็นไปได้อย่างไร
การจำกัดเสรีภาพอย่างหนักหน่วงโดยเผด็จการทหารที่ยึดพื้นที่ตามอำเภอต่างๆ และการใช้กำลังทหารพร้อมอาวุธกับประชาชนทั่วทั้งประเทศ ย่อมหมายความว่าการที่พรรคการเมืองจะเปิดรับสมัครสมาชิกจำนวน 100,000 คนและเปิดสำนักงานอีกกว่าร้อยแห่งทั่วประเทศนั้นเป็นไปไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ และจะมีเพียงแค่พรรคการเมืองที่ยอมร่วมมือกับเผด็จการทหารเท่านั้นที่สามารถดำเนินการได้
ดังนั้น เพื่อที่จะสร้างภาพให้ดูเหมือนว่าการเลือกตั้งทั่วประเทศที่จะเกิดขึ้นนั้นมีพรรคการเมืองจำนวนมากสมัครเข้าร่วม ภายใต้กฎหมายจัดตั้งพรรคการเมืองที่ประกาศใช้โดยเผด็จการทหารเมียนมาร์จึงอนุญาตให้พรรคการเมืองท้องถิ่นระดับภูมิภาคเท่านั้นที่จะจดทะเบียนจัดตั้งได้ พรรคการเมืองเหล่านี้สามารถเข้าร่วมชิงชัยได้ในระดับท้องถิ่น แต่ไม่สามารถลงสนามเลือกตั้งระดับประเทศได้ โดยกำหนดให้พรรคการเมืองระดับภูมิภาคจะต้องมีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 1,000 คน และมีสำนักงานอย่างน้อยใน 5 อำเภอ
คาดว่าอาจจะมีพรรคการเมืองระดับภูมิภาคราว 40 พรรคที่ได้รับการจดทะเบียน แต่ส่วนใหญ่ยังไม่มีผู้สมัครและอาคารสำนักงานพรรคฯ ยังเป็นเพียงแค่ที่อยู่ในกระดาษ ซึ่งการจะได้รับจดทะเบียนนั้นต้องให้ความร่วมมือกับเผด็จการทหาร ซึ่งผู้นำเผด็จการดูจะมั่นใจว่าพรรคการเมืองหุ่นเชิดเหล่านี้จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้การเลือกตั้งดูน่าเชื่อถือ

by IUF Asia/Pacific | Nov 1, 2025 | ภาษาไทย Thai, Defending Democracy, Human Rights, Peace
คณะกรรมการการเลือกตั้งที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเผด็จการทหารเมียนมาร์ ได้ประกาศว่าจะมีแค่ 102 อำเภอจากทั้งหมดทั่วประเทศ 330 อำเภอ ที่จะได้เข้าร่วมการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้แทนในสภา ซึ่งกำหนดวันเริ่มต้นไว้คือวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568 จึงเท่ากับว่ามีประชาชนในเมียนมาร์เพียงร้อยละ 31 เท่านั้นที่จะได้มีสิทธิออกเสียง
แล้วผู้มีสิทธิออกเสียงอีกร้อยละ 69 หายไปไหน? ทำไมคนเหล่านี้จึงไม่มีสิทธิลงคะแนน สาเหตุนั้นมาจากอำเภอโดยส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การปกครองของกองกำลังพิทักษ์ประชาชน หรือ People’s Defence Force (PDF) และ องค์กรปฏิวัติกลุ่มชาติพันธ์ Ethnic Revolutionary Organizations (EROs) ที่ทำการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่หลายอำเภอที่ยังโดยทหารเมียนมาร์โจมตีอยู่เป็นระยะ โดยเผด็จการทหารใช้การโจมตีทางอากาศ ทั้งการทิ้งระเบิดถล่มโรงเรียนและบ้านเรือนประชาชนเพื่อยึดคืนพื้นที่จากกลุ่มกองกำลัง
ที่ต้องออกแบบวิธีเลือกตั้งให้เริ่มในวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2568 โดยเริ่มเป็นระยะที่หนึ่ง และขยายเวลาต่อเนื่องกันเป็นเวลาสองหรือสามเดือน ลักษณะเช่นนี้เพื่อเอื้อให้เผด็จการทหารได้มีเวลาใช้กองทัพของตนเองในการยืดคืนพื้นที่เพิ่มขึ้น
ดังนั้น ถ้าหากมีจำนวนอำเภอที่คณะกรรมการเลือกตั้งภายให้เผด็จการทหารประกาศจำนวนเพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 31 ก่อนวันที่ 28 ธันวาคม หรือในช่วงสามเดือนหลังจากเลือกต้้งระยะที่หนึ่ง นั่นเป็นเพราะว่าเผด็จการทหารเมียนมาร์ได้เข้ายึดคืนพื้นที่จนผู้คนสูญเสียและล้มตายเป็นจำนวนมาก

by IUF Asia/Pacific | Aug 9, 2025 | မြန်မာဘာသာ Myanmar language, हिन्दी Hindi, বাংলা Bengali, ภาษาไทย Thai, Bahasa Indonesia, Our Union Our Power, Secure Jobs, Youth in Unions, 日本語 Japanese, اردو Urdu
Bahasa Indonesia

বাংলা Bengali

English
日本語 Japanese

ဗမာဘာသာစကား Myanmar

ภาษาไทย Thai

اردو Urdu

हिन्दी Hindi

by IUF Asia/Pacific | May 9, 2025 | ภาษาไทย Thai, Food Service Workers, Our Union Our Power
6 พฤษภาคม 2568 สมาชิกสหภาพไรเดอร์ส่งอาหารแห่งชาติฟิลิปปินส์ เขตเมืองดูมาเกอเต ซึ่งเป็นสมาชิกไอยูเอฟ ชนะกรณีพิพาทแรงงานกับบริษัทฟู้ดแพนด้า พิสูจน์ให้เห็นว่าสถานะลูกจ้าง-นายจ้าง ระหว่างไรเดอร์และฟู้ดแพนด้ามีอยู่จริง ทำให้สามารถทวงคืนค่ารอบที่ถูกหักลดลงได้ รวมทั้งเรียกร้องสวัสดิการต่างๆ ที่ลูกจ้างควรได้สำเร็จ และ ช่วยให้ไรเดอร์คนที่ถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรมด้วยการปิดแอพกลับมาทำงานได้อีกครั้ง
ความสำเร็จนี้ใช้เวลาเกือบหนึ่งปี หลังจากที่สหภาพไรเดอร์ส่งอาหารแห่งชาติฟิลิปปินส์ เขตเมืองดูมาเกอเตพยายามเคลื่อนไหวประเด็นเรื่องการขโมยค่าจ้างอย่างไม่หยุดหย่อน ในปี 2566 และยื่นคำร้องข้อพิพาทแรงงานอย่างเป็นทางการให้กับในปี 2567
การต่อสู้ที่ยาวนานนี้สิ้นสุดลง ความพยายามออกดอกผล เมื่อเจ้าหน้าที่ประนอมแรงงานตัดสินว่า
- ไรเดอร์และบริษัทฟู้ดแพนด้ามีลักษณะการจ้างงานแบบลูกจ้าง-นายจ้าง จริง
- ไรเดอร์ที่ถูกเลิกจ้างอย่างผิดกฎหมาย ด้วยการระงับการใช้แอพ กลับเข้าทำงานทั้งหมด
- ลูกจ้างจะได้รับสวัสดิการได้แก่ เงินเดือนที่ 13 ลาวันหยุดโดยได้รับค่าจ้าง และสิทธิการลาแบบได้รับค่าจ้าง
- ค่าจ้างค้างชำระจำนวนรวมทั้งหมด 2 ล้านเปโซ
คำตัดสินนี้ถือเป็นหลักไมล์สำคัญให้กับไรเดอร์ส่งอาหารในการต่อสู้เพื่อสิทธิและความเป็นธรรมในการจ้างงาน ด้วยอำนาจการต่อรองร่วมกัน และพลังความสมานฉันท์ของสหภาพไรเดอร์ อะไรที่ดูเป็นไปไม่ได้ ก็เป็นไปได้แล้ว

สมาชิกสหภาพไรเดอร์ส่งอาหารแห่งชาติฟิลิปปินส์ เขตเมืองดูมาเกอเต จัดประชุมหารือการทำงาน
by IUF Asia/Pacific | Apr 17, 2025 | ภาษาไทย Thai, Food Service Workers, Our Union Our Power
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2568 มีแรงงานบาริสต้าในจังหวัดเชียงใหม่ เข้าปรึกษาสหภาพแรงงานบาริสต้า กรณีนายจ้างค้างชำระค่าจ้างเป็นเวลา 2 เดือน สหภาพแรงงานบาริสต้ารับเรื่อง และเข้าสู่กระบวนการรับฟังและให้คำปรึกษา ต่อมาพบว่า นอกจากนายจ้างจะค้างค่าจ้างแล้ว ยังจ่ายค่าแรงในอัตราที่ต่ำกว่ากฎหมายกำหนดอีกด้วย
ต่อมาในวันที่ 7 มีนาคม สหภาพแรงงานบาริสต้าและแรงงานดังกล่าวได้เดินทางไปยื่นเรื่องร้องเรียนแก่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเชียงใหม่ โดยแบ่งออกเป็นสองกรณี ได้แก่ การค้างชำระค่าจ้างสองเดือน และ การเรียกร้องค่าชดเชยค่าแรงที่ต่ำกว่ากฎหมายกำหนด ย้อนหลังหนึ่งปี
ด้วยความพร้อมในการเตรียมตัวด้านหลักฐาน และเอกสารการยื่นคำร้อง จากความช่วยเหลือจากสหภาพแรงงานบาริสต้า ทำให้แรงงานได้รับค่าจ้างค้างชำระจากนายจ้างอย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาเพียง 1 วันหลังจากที่ยื่นเรื่องเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ในการเรียกร้องค่าชดเชยการจ่ายค่าจ้างต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด นายจ้างได้ติดต่อแรงงานเพื่อขอต่อรอง ทั้งที่ก่อนหน้านี้บ่ายเบี่ยงที่จะให้คำตอบแก่แรงงานมาตลอด
สหภาพแรงงานบาริสต้าแนะนำให้แรงงานยืนยันในจำนวนค่าชดเชยที่เรียกร้องไปเพราะถือเป็นสิทธิที่แรงงานพึงได้รับ ไม่ถือว่าเป็นการเรียกร้องเกินกว่าเหตุ แรงงานจึงได้ยืนยันในค่าชดเชยดังเดิม ในวันที่ 19 มีนาคม สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเชียงได้ออกคำสั่งแก่นายจ้างให้จ่ายค่าชดเชยแก่แรงงานตามจำนวนเงินที่เรียกร้องไปทั้งหมด
ถือเป็นชัยชนะที่สำคัญของสหภาพแรงงานบาริสต้าเชียงใหม่ที่สามารถปกป้อง และช่วยเหลือแรงงานจากการถูกขโมยค่าจ้างได้สำเร็จ ย้ำเตือนให้เห็นถึงความสำคัญของสหภาพแรงงานที่เปรียบเสมือนการมีเพื่อนที่คอยช่วยเหลือและแบ่งปันทรัพยากรต่างๆ ความรู้ความเข้าใจ ทำให้เราดูแลกันได้มากขึ้น และรับมือกับความอยุติธรรมได้ดีมากขึ้น

สหภาพแรงงานบาริสต้าเชียงใหม่ช่วยเหลือแรงงานในการยื่นหนังสือร้องเรียนที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเชียงใหม่

สมาชิกสหภาพแรงงานบาริสต้าเชียงใหม่