เผด็จการทหารเมียนมาร์คุมเกมเลือกตั้ง ตอน 3 เหล่านายพลเข้าสังกัดพรรคการเมือง (นอกจากเก้าอี้ที่กำหนดไว้แล้วในสภา)

เผด็จการทหารเมียนมาร์คุมเกมเลือกตั้ง ตอน 3 เหล่านายพลเข้าสังกัดพรรคการเมือง (นอกจากเก้าอี้ที่กำหนดไว้แล้วในสภา)

เผด็จการทหารเมียนมาร์ได้วางหมากเดินเกมคุมชัยชนะในการเลือกตั้งผ่านทางพรรคการเมืองของตน คือ พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (Union Solidarity and Development Party – USDP)

การลงคะแนนเสียงที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568  รัฐมนตรีและผู้นำระดับสูงกว่า 20 คนในกลุ่มผู้นำเผด็จการทหารเมียนมาร์จะลงสนามในฐานะผู้แทนที่มาจากพรรค USDP โดยจะมีทั้งนายพลเกษียณและนายทหารยศสูงที่ยังคงทำหน้าที่คุมกองทัพฝ่ายต่างๆ อีกไม่น้อยกว่า 11 นาย

ปัจจุบัน มีทหารทุกชั้นยศจำนวน 489 คนที่เข้าร่วมพรรค USDP ที่คาดว่าจะ “ได้รับเลือก” ในการเลือกตั้งแบบจัดฉากที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

หน้าฉากนั้นดูเหมือนว่านายทหารเหล่านี้ลงสม้ครรับเลือกตั้งจริงในฐานะผู้แทนพรรค แต่ผลการเลือกตั้งนั้นเป็นที่รู้กันล่วงหน้าไปแล้วว่าได้ตำแหน่งแน่นอน

เผด็จการทหารเมียนมาร์การันตีที่นั่งในสภาภายใต้หน้าฉากของคำว่า การเลือกตั้งตามระบอบ “ประชาธิปไตย” โดยมีเก้าอี้เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วสำหรับเหล่าทหาร

ในสภาล่าง โดยมี 110 ตำแหน่งจากทั้งหมด 330 ตำแหน่ง (30%) ที่จะได้จากการลงคะแนนนั้นถูกกันสำรองไว้ให้ทหาร ส่วนในสภาสูง จะมี 56 ตำแหน่งจากทั้งหมด 168 ตำแหน่ง (33%) ที่จะได้จากการลงคะแนนเสียงนั้น ก็ได้ถูกกันสำรองไว้ให้ทหารแล้วเช่นกัน

นอกจากเหล่านายพลและทหารเกษียณที่ลงสมัครรับเลือกตั้งบังหน้าในฐานะผู้สม้ครจากพรรค USDP แล้ว ก็ยังมีเหล่านายทหารอาวุโสที่จะได้นั่งในตำแหน่งต่างๆ ที่ได้กันสำรองไว้ให้โดยเฉพาะ

เผด็จการทหารเมียนมาร์คุมเกมเลือกตั้ง ตอน 2 – สร้างภาพพรรคฝ่ายค้าน

เผด็จการทหารเมียนมาร์คุมเกมเลือกตั้ง ตอน 2 – สร้างภาพพรรคฝ่ายค้าน

เพื่อที่จะให้การเลือกตั้งที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2568 ดูสมจริงยิ่งขึ้น เผด็จการทหารพม่าจะต้องออกแบบให้มีพรรคการเมืองที่เป็นฝ่ายค้านเข้าร่วมการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย

ภายใต้กฎหมายการจดทะเบียนพรรคการเมืองที่เผด็จการทหารเป็นผู้ร่างและประกาศใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ.2566 พรรคการเมืองใดก็ตามที่ต้องการลงสนามแข่งขันในการเลือกตั้งระดับประเทศจะต้องมีสมาชิกพรรคขั้นต่ำ 100,000 คนและต้องมีสำนักงานพรรคตั้งอยู่ใน 110 อำเภอ จากจำนวนอำเภอทั้งหมด 330 แห่งทั่วประเทศ  เมื่อพรรคการเมืองที่มีแนวทางปกป้องประชาธิปไตยโดนยุบและเผด็จการทหารประกาศว่าพรรคเหล่านี้เป็นองค์กรผิดกฎหมาย อีกทั้งยังประกาศว่าเป็น “กลุ่มก่อการร้าย” ดังนั้น การมีพรรคการเมืองฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่ได้จริงจะเป็นไปได้อย่างไร

การจำกัดเสรีภาพอย่างหนักหน่วงโดยเผด็จการทหารที่ยึดพื้นที่ตามอำเภอต่างๆ และการใช้กำลังทหารพร้อมอาวุธกับประชาชนทั่วทั้งประเทศ ย่อมหมายความว่าการที่พรรคการเมืองจะเปิดรับสมัครสมาชิกจำนวน 100,000 คนและเปิดสำนักงานอีกกว่าร้อยแห่งทั่วประเทศนั้นเป็นไปไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ และจะมีเพียงแค่พรรคการเมืองที่ยอมร่วมมือกับเผด็จการทหารเท่านั้นที่สามารถดำเนินการได้

ดังนั้น เพื่อที่จะสร้างภาพให้ดูเหมือนว่าการเลือกตั้งทั่วประเทศที่จะเกิดขึ้นนั้นมีพรรคการเมืองจำนวนมากสมัครเข้าร่วม ภายใต้กฎหมายจัดตั้งพรรคการเมืองที่ประกาศใช้โดยเผด็จการทหารเมียนมาร์จึงอนุญาตให้พรรคการเมืองท้องถิ่นระดับภูมิภาคเท่านั้นที่จะจดทะเบียนจัดตั้งได้ พรรคการเมืองเหล่านี้สามารถเข้าร่วมชิงชัยได้ในระดับท้องถิ่น แต่ไม่สามารถลงสนามเลือกตั้งระดับประเทศได้  โดยกำหนดให้พรรคการเมืองระดับภูมิภาคจะต้องมีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 1,000 คน และมีสำนักงานอย่างน้อยใน 5 อำเภอ

คาดว่าอาจจะมีพรรคการเมืองระดับภูมิภาคราว 40 พรรคที่ได้รับการจดทะเบียน แต่ส่วนใหญ่ยังไม่มีผู้สมัครและอาคารสำนักงานพรรคฯ ยังเป็นเพียงแค่ที่อยู่ในกระดาษ  ซึ่งการจะได้รับจดทะเบียนนั้นต้องให้ความร่วมมือกับเผด็จการทหาร ซึ่งผู้นำเผด็จการดูจะมั่นใจว่าพรรคการเมืองหุ่นเชิดเหล่านี้จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้การเลือกตั้งดูน่าเชื่อถือ

เผด็จการทหารเมียนมาร์คุมเกมเลือกตั้ง ตอนที่ 1 – แค่หนึ่งในสามของทั้งประเทศจะได้เลือกตั้ง

เผด็จการทหารเมียนมาร์คุมเกมเลือกตั้ง ตอนที่ 1 – แค่หนึ่งในสามของทั้งประเทศจะได้เลือกตั้ง

คณะกรรมการการเลือกตั้งที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเผด็จการทหารเมียนมาร์ ได้ประกาศว่าจะมีแค่ 102 อำเภอจากทั้งหมดทั่วประเทศ 330 อำเภอ ที่จะได้เข้าร่วมการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้แทนในสภา ซึ่งกำหนดวันเริ่มต้นไว้คือวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568  จึงเท่ากับว่ามีประชาชนในเมียนมาร์เพียงร้อยละ 31 เท่านั้นที่จะได้มีสิทธิออกเสียง

แล้วผู้มีสิทธิออกเสียงอีกร้อยละ 69 หายไปไหน? ทำไมคนเหล่านี้จึงไม่มีสิทธิลงคะแนน  สาเหตุนั้นมาจากอำเภอโดยส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การปกครองของกองกำลังพิทักษ์ประชาชน หรือ People’s Defence Force (PDF) และ องค์กรปฏิวัติกลุ่มชาติพันธ์ Ethnic Revolutionary Organizations (EROs) ที่ทำการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่หลายอำเภอที่ยังโดยทหารเมียนมาร์โจมตีอยู่เป็นระยะ  โดยเผด็จการทหารใช้การโจมตีทางอากาศ ทั้งการทิ้งระเบิดถล่มโรงเรียนและบ้านเรือนประชาชนเพื่อยึดคืนพื้นที่จากกลุ่มกองกำลัง

ที่ต้องออกแบบวิธีเลือกตั้งให้เริ่มในวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2568 โดยเริ่มเป็นระยะที่หนึ่ง และขยายเวลาต่อเนื่องกันเป็นเวลาสองหรือสามเดือน ลักษณะเช่นนี้เพื่อเอื้อให้เผด็จการทหารได้มีเวลาใช้กองทัพของตนเองในการยืดคืนพื้นที่เพิ่มขึ้น

ดังนั้น ถ้าหากมีจำนวนอำเภอที่คณะกรรมการเลือกตั้งภายให้เผด็จการทหารประกาศจำนวนเพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 31 ก่อนวันที่ 28 ธันวาคม หรือในช่วงสามเดือนหลังจากเลือกต้้งระยะที่หนึ่ง  นั่นเป็นเพราะว่าเผด็จการทหารเมียนมาร์ได้เข้ายึดคืนพื้นที่จนผู้คนสูญเสียและล้มตายเป็นจำนวนมาก

Poster: Secure jobs for young workers! International Youth Day 2025

Poster: Secure jobs for young workers! International Youth Day 2025

 

Bahasa Indonesia

বাংলা Bengali

English

日本語 Japanese

ဗမာဘာသာစကား Myanmar

ภาษาไทย Thai

اردو Urdu

हिन्दी Hindi

ชนะอีกแล้ว! : สหภาพไรเดอร์ส่งอาหารแห่งชาติฟิลิปปินส์ ท้าทายสถานะจ้างงาน & ทวงคืนค่ารอบ สวัสดิการ จากฟู้ดแพนด้าได้สำเร็จ

ชนะอีกแล้ว! : สหภาพไรเดอร์ส่งอาหารแห่งชาติฟิลิปปินส์ ท้าทายสถานะจ้างงาน & ทวงคืนค่ารอบ สวัสดิการ จากฟู้ดแพนด้าได้สำเร็จ

6 พฤษภาคม 2568 สมาชิกสหภาพไรเดอร์ส่งอาหารแห่งชาติฟิลิปปินส์ เขตเมืองดูมาเกอเต ซึ่งเป็นสมาชิกไอยูเอฟ ชนะกรณีพิพาทแรงงานกับบริษัทฟู้ดแพนด้า พิสูจน์ให้เห็นว่าสถานะลูกจ้าง-นายจ้าง ระหว่างไรเดอร์และฟู้ดแพนด้ามีอยู่จริง ทำให้สามารถทวงคืนค่ารอบที่ถูกหักลดลงได้ รวมทั้งเรียกร้องสวัสดิการต่างๆ ที่ลูกจ้างควรได้สำเร็จ และ ช่วยให้ไรเดอร์คนที่ถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรมด้วยการปิดแอพกลับมาทำงานได้อีกครั้ง

ความสำเร็จนี้ใช้เวลาเกือบหนึ่งปี หลังจากที่สหภาพไรเดอร์ส่งอาหารแห่งชาติฟิลิปปินส์ เขตเมืองดูมาเกอเตพยายามเคลื่อนไหวประเด็นเรื่องการขโมยค่าจ้างอย่างไม่หยุดหย่อน ในปี 2566 และยื่นคำร้องข้อพิพาทแรงงานอย่างเป็นทางการให้กับในปี 2567

การต่อสู้ที่ยาวนานนี้สิ้นสุดลง ความพยายามออกดอกผล เมื่อเจ้าหน้าที่ประนอมแรงงานตัดสินว่า

  1. ไรเดอร์และบริษัทฟู้ดแพนด้ามีลักษณะการจ้างงานแบบลูกจ้าง-นายจ้าง จริง
  2. ไรเดอร์ที่ถูกเลิกจ้างอย่างผิดกฎหมาย ด้วยการระงับการใช้แอพ กลับเข้าทำงานทั้งหมด
  3. ลูกจ้างจะได้รับสวัสดิการได้แก่ เงินเดือนที่ 13 ลาวันหยุดโดยได้รับค่าจ้าง และสิทธิการลาแบบได้รับค่าจ้าง
  4. ค่าจ้างค้างชำระจำนวนรวมทั้งหมด 2 ล้านเปโซ

คำตัดสินนี้ถือเป็นหลักไมล์สำคัญให้กับไรเดอร์ส่งอาหารในการต่อสู้เพื่อสิทธิและความเป็นธรรมในการจ้างงาน ด้วยอำนาจการต่อรองร่วมกัน และพลังความสมานฉันท์ของสหภาพไรเดอร์ อะไรที่ดูเป็นไปไม่ได้ ก็เป็นไปได้แล้ว

 

สมาชิกสหภาพไรเดอร์ส่งอาหารแห่งชาติฟิลิปปินส์ เขตเมืองดูมาเกอเต จัดประชุมหารือการทำงาน

ชัยชนะของสหภาพแรงงานบาริสต้าเชียงใหม่ ทวงคืนค่าจ้าง  บาริสต้าที่ถูกขโมยไปได้สำเร็จ!

ชัยชนะของสหภาพแรงงานบาริสต้าเชียงใหม่ ทวงคืนค่าจ้าง บาริสต้าที่ถูกขโมยไปได้สำเร็จ!

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2568 มีแรงงานบาริสต้าในจังหวัดเชียงใหม่ เข้าปรึกษาสหภาพแรงงานบาริสต้า กรณีนายจ้างค้างชำระค่าจ้างเป็นเวลา 2 เดือน สหภาพแรงงานบาริสต้ารับเรื่อง และเข้าสู่กระบวนการรับฟังและให้คำปรึกษา ต่อมาพบว่า นอกจากนายจ้างจะค้างค่าจ้างแล้ว ยังจ่ายค่าแรงในอัตราที่ต่ำกว่ากฎหมายกำหนดอีกด้วย

ต่อมาในวันที่ 7 มีนาคม สหภาพแรงงานบาริสต้าและแรงงานดังกล่าวได้เดินทางไปยื่นเรื่องร้องเรียนแก่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเชียงใหม่ โดยแบ่งออกเป็นสองกรณี ได้แก่ การค้างชำระค่าจ้างสองเดือน และ การเรียกร้องค่าชดเชยค่าแรงที่ต่ำกว่ากฎหมายกำหนด ย้อนหลังหนึ่งปี

ด้วยความพร้อมในการเตรียมตัวด้านหลักฐาน และเอกสารการยื่นคำร้อง จากความช่วยเหลือจากสหภาพแรงงานบาริสต้า ทำให้แรงงานได้รับค่าจ้างค้างชำระจากนายจ้างอย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาเพียง 1 วันหลังจากที่ยื่นเรื่องเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ในการเรียกร้องค่าชดเชยการจ่ายค่าจ้างต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด นายจ้างได้ติดต่อแรงงานเพื่อขอต่อรอง ทั้งที่ก่อนหน้านี้บ่ายเบี่ยงที่จะให้คำตอบแก่แรงงานมาตลอด

สหภาพแรงงานบาริสต้าแนะนำให้แรงงานยืนยันในจำนวนค่าชดเชยที่เรียกร้องไปเพราะถือเป็นสิทธิที่แรงงานพึงได้รับ ไม่ถือว่าเป็นการเรียกร้องเกินกว่าเหตุ แรงงานจึงได้ยืนยันในค่าชดเชยดังเดิม ในวันที่ 19 มีนาคม สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเชียงได้ออกคำสั่งแก่นายจ้างให้จ่ายค่าชดเชยแก่แรงงานตามจำนวนเงินที่เรียกร้องไปทั้งหมด

ถือเป็นชัยชนะที่สำคัญของสหภาพแรงงานบาริสต้าเชียงใหม่ที่สามารถปกป้อง และช่วยเหลือแรงงานจากการถูกขโมยค่าจ้างได้สำเร็จ ย้ำเตือนให้เห็นถึงความสำคัญของสหภาพแรงงานที่เปรียบเสมือนการมีเพื่อนที่คอยช่วยเหลือและแบ่งปันทรัพยากรต่างๆ ความรู้ความเข้าใจ ทำให้เราดูแลกันได้มากขึ้น และรับมือกับความอยุติธรรมได้ดีมากขึ้น

 

สหภาพแรงงานบาริสต้าเชียงใหม่ช่วยเหลือแรงงานในการยื่นหนังสือร้องเรียนที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเชียงใหม่

 

สมาชิกสหภาพแรงงานบาริสต้าเชียงใหม่